
Despicable Me
ชื่อไทย: มิสเตอร์แสบ ร้ายเกินพิกัด
กรู (Gru) โคตรวายร้ายถูกทำลายความมั่นใจโดยจอมโฉดเวคเตอร์ที่ไปชิงมหาพีระมิดแห่งกีซามาได้ กรูเลยวางแผนที่จะไปขโมยดวงจันทร์ให้ได้ก่อนเวคเตอร์เพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา แต่ทว่าเวคเตอร์เหนือกว่าที่ไปขโมยปืนย่อส่วนที่เอาไว้ใช้ย่อดวงจันทร์มาได้ก่อน เพราะฉะนั้นกรูจึงวางแผนเข้าไปในบ้าน(แต่ควรจะเรียกว่าฐานทัพมากกว่า)ของเวคเตอร์ให้ได้แต่ไม่ค่อยจำสัมฤทธิ์ผลเท่าไหร่ จนกระทั่งได้พบกับเด็กกำพร้าม 3 คนมาร์โก้ อีดิธ และแอ็กเนส จึงต้องรับเลี้ยงเด็ก 3 คนนี้เพื่อให้แผนขโมยดวงจันทร์ลุล่วงไปได้ด้วยดี แต่หารู้ไหมว่าเด็ก 3 คนนี้จะเปลี่ยนชีวิตกรูไปตลอดกาล…
ชอบ
- เขียนบทได้ดีค่อนข้างลงตัว ไม่คาดคิดว่ากรูกับเด็กทั้งสามคนจะเจอกันและพัฒนาความสัมพันธ์ตัวละครได้อย่างมีเหตุมีผล
- เจ้าตัวประหลาดสีเหลืองๆ มิเนียน (Minion) มักจะมาพร้อมกับความฮาตลอด แถมมันไม่ได้มีตัวเดียวซะด้วย มีเป็นร้อยๆ พันๆ ตัว
ไม่ชอบ
อยากจะเล่า
- ไม่คาดคิดว่าอนิเมชั่นจากสตูดิโอโนเนมอย่าง Illumination Entertainment จะทำออกมาได้ดีขนาดนี้
- หนังเรื่องนี้ดันเข้าพร้อมกับหนังเทพอย่าง Toy Story 3 และ Tangled ก็เลยชวดไปหลายรางวัล
- Despicable แปลว่า เลวทราม ต่ำช้า ซึ่งก็เหมาะกับกรูดี
- มีภาค 2 ด้วย เข้าปี 2013
น่าดูไหม? ถ้าโหยหาอนิเมชั่นตลก-ครอบครัว Despicable Me สามารถตอบสนองความบันเทิงในส่วนนี้ได้อย่างดีเยี่ยม ขึ้นทำเนียบอนิเมชั่นหน้าดูของปี 2010
Read the rest of this entry »
หลังจาก AIS 3G เปิดมาได้อาทิตย์ ณ ตอนนี้ที่ที่อาศัยอยู่และทำงานก็มีคลื่น 3G ครอบคลุมหมดเพราะฉะนั้นผมจึงไม่พลาดโอกาสที่จะทดสอบความเร็ว
เริ่มจากแถบๆ ที่อาศัยอยู่แถว RCA เพชบุรี ทองหล่อ


แถวๆ ที่ทำงาน สาธร สีลม นราธิวาส

ความเร็วด้านดาวน์โหลดก็อยู่ในระดับใช้ได้ดีเลยทีเดียวพอที่จะอ่านข่าว ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ค หรือใช้ skype ได้ดี แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ขาอัปโหลดยังไม่สะใจพอ เนื่องจาก 3G มักจะใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ ซึ่งพวกนี้เรามักเน้นแชร์ ภาพ เสียง วิดีโอขึ้นอยู่บนอินเทอร์เน็ตอยู่แล้วถ้าได้เร็วกว่านี้ก็คงดีมิใช่น้อย
ปล. แถวที่ทำงานช้าไปหน่อย แอบเล่นไม่สะดวกเลย :-)
ช่วงนี้ต้องไปใช้ชีวิตแถวๆ RCA-พร้อมพงษ์-ทองหล่อ แถวนี้ของกิน(และ pub)เยอะก็เลยจะตระเวนกินร้านดังๆ แถวนี้ ซึ่งดูตาม foursquare แล้วเพื่อนๆ และคนรู้จักในเน็ตก็พุ่งไปที่ร้าน After You เลยลองไปชิมว่ามันอร่อยแค่ไหน

Menu
เมนู

Honey
เสิร์ฟพร้อมน้ำผึ้ง(หรือไซรัป?)

Shibuya Honey Toast
Shibuya Honey Toast เมนูดังของร้าน (ใน foursquare บอกว่าต้องสั่งกินให้ได้)
ที่สั่งไปก็มี Shibuya Honey Toast อย่างเดียวแต่สั่งแบบใหญ่กว่าจะกินหมดก็แทบจุก ถ้าสั่งแบบใหญ่แนะนำให้กินกันสองคนขึ้นไป เครื่องดื่มก็สั่งช็อคโกแลตเย็น World’s Best Iced Chocolate เนื่องจากไม่สันทัดเรื่องของหวานพอวิจารณ์ได้คร่าวๆ ว่ารสชาติดี แต่แพงไปหน่อย 105+165 = ฿270
Read the rest of this entry »
กะจะเริ่มสิ่งที่อยากเล่าแต่ค้างคามานานมากกกกแล้ว วันนี้เลยเอาจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งนี้ออกมาก่อนนั้นคือการขอวีซ่าแคนาดา พอดีคุณพี่เก่งมีเขียนเอาไว้แล้วตอนไปขอก็ไล่เลี่ยกันจึงไม่แปลกใจถ้าเหมือนกันหลายอย่าง
สำหรับการขอวีซ่าท่องเที่ยวแคนาดา เขาเน้นที่เอกสารเป็นหลักถ้าเอกสารครบก็ผ่านฉลุย ไม่ครบหรือเขาขอเพิ่มเติมก็มายื่นเพิ่มได้ กรณีที่เลวร้ายสุดคือสัมภาษณ์ตัวต่อตัว ส่วนตัวแคนาดาจึงจัดได้ว่าเป็นประเทศที่ขอเข้าง่ายมากๆ
ไปยื่นขอกันได้ที่ Canada Visa Office ตึกอับดุลราฮิมชั้น 15 ตัวตึกจะอยู่ที่ถนนพระราม 4 ตรงข้ามสวนลุม ตึกจะอยู่ข้างๆ ตึกอื้อจือเหลียง มา BTS ลงศาลาแดง ถ้ามา MRT ลงสีลมหรือสวนลุมก็ได้ เปิดวันจันทร์ – วันพฤหัสฯ เวลา 07.30 – 10.00 น. ไปยิ่งเช้ายิ่งดี (แผนที่)
เอกสารที่(ผม)ใช้
- Passport
- เอกสารการขอวีซ่า IMM 5257 และข้อมูลของครอบครัว IMM 5645 ตัวเอกสารสามารถกรอกลงไปแล้วพิมพ์ออกมาได้เลย (ใช้ Adobe Reader จะดีสุดเพราะรองรับภาษาไทย) เนื่องจากลองเปรียบเทียบเอกสารที่เคยขอกับเว็บล่าสุดพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงจึงขอลงลิงก์แล้วไปดูเองไว้จะดีกว่า Application for a temporary resident visa to visit Canada
- รูปถ่ายสองนิ้วตามข้อกำหนด หน้ายิ่งเต็มจอได้ยิ่งดี
- ตอนที่ขอเพิ่งเรียนจบมาหมาดๆ ก็เลยต้องใช้ Transcript (ภาษาอังกฤษ) และเอกสารการศึกษาทุกอย่างที่แนบได้ แนบไปด้วยเนื่องจากในการขอครั้งแรกไม่ได้เอาให้เขาไปก็เลยต้องยื่นอีกรอบเสียเวลาไปอีกอาทิตย์
- สมุดบัญชีธนาคารทุกธนาคารที่มีการเคลื่อนไหวยื่นให้เขาไปทั้งเล่มนั้นแหละ ไม่จำเป็นต้องขอ statement เงินไม่จำเป็นต้องเยอะมากขอให้มีเงินเข้าออกประจำ
- ถ้ามีจดหมายเชิญก็ให้เขาไป ในกรณีผมที่ต้องยื่นรอบสอง คราวนี้กะไม่ให้พลาด ทางโน้นเลยแนะนำให้ถ่ายเอกสารจดหมายเชิญอีกชุดแล้วใช้ปากกาเน้นข้อความตรงที่เขาบอกว่า จะออกค่าใช้จ่ายให้เท่าไหร่จนถึงวันไหน ตัวเบ้งๆ แนะว่าพยายามหาหลักฐานผูกมัดตัวเองว่ามีตัวเองมีภาระผูกพันที่เมืองไทยมากมาย ไม่สามารถโดดวีซ่าไปเป็นโรบินฮู้ดที่นั่นได้
- มีค่าใช่จ่ายในการขอได้หรือไม่ได้ก็ต้องจ่าย ขอคืนไม่ได้ ของผมเป็นแบบ single entry เข้าออกครั้งเดียว 2,400 บาท อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้แนะให้ไปดูที่ตัวเว็บ Fees ไม่รับเป็นเงินสด ต้องเป็น Bank Draft หรือแคชเชียร์เช็คเท่านั้น ซื้อได้ทุกธนาคาร ข้างล่างตึกอับดุลก็มีธ.กรุงเทพกับไทยพาณิชย์ แต่แนะนำให้ซื้อมาก่อนเพื่อความรวดเร็ว
ที่เหลือก็รออย่างเดียว กรณีปกติ 3 วันรู้ผล ของผมยื่นรอบสองก็เลยบวกไปอีกอาทิตย์นึง (คาบเกี่ยวเสาร์-อาทิตย์ด้วย ซวยจริง) อนึ่งบล็อกนี้เป็นแค่ประสบการณ์การขอเท่านั้น(ปี 2553) แนะนำให้อ่าน Visting Canda ของทางตัวสำนักงานจะได้ข้อมูลที่ล่าสุดกว่า
หน้าตาวีซ่าก็จะเป็นประมาณนี้

Canada Visa
ปล. ลืมเซนเซอร์หมายเลข passport เลยเอาหมีดำเข้ามา ขอบคุณ picnik ใน google picasa ที่สามารถแต่งรูปได้ทันที

Transformers: Dark of the Moon
Sam Witwicky ฮีโร่ที่ช่วยโลกมาแล้วสองรอบแถมได้รับเหรียญกล้าหาญมาจาก Mr. President กลับต้องมานั่งหางานเป็นมนุษย์เงินเหมือนคนทั่วๆ ไป แถมหุ่นยนต์คู่ใจอย่าง Bumblebee ก็ออกไปทำภารกิจไม่ได้อยู่ใกล้ๆ เหมือนเมื่อก่อน จนมาวันหนึ่งทีม Autobot ได้ค้นพบความลับที่ซ่อนอยู่ในด้านมืดของดวงจันทร์และต้องนำของสิ่งนั้นเอามาซ่อนก็ที่พวก Decepticons จะรู้ตัว…
ชอบ
- อลังการงานสร้างเหมือนเช่นเคย ฉากทุกฉากสมจริงมากๆ 3D ช่วงแรกน่าตื่นตาแต่หลังๆ ไม่รู้ว่าชินไปแล้วหรือเปล่าเลยรู้สึกเฉยๆ
- เนื้อเรื่องมีมิติมากขึ้นกว่าภาคสองเล็กน้อย
ไม่ชอบ
- ก็เนื้อเรื่องอีกนั้นแหละ ดีแค่ 10 นาทีหลังจากนั้นก็เหมือนกราฟที่ขึ้นๆ ลงๆ ไม่ได้ทำให้ตื่นเต้นตลอดเหมือนตอนดูภาคแรก
- นางเอกคนใหม่ Rosie Huntington-Whiteley เซ็กซี่แต่ไม่ได้มีบทบาทในเนื้อเรื่องมากเท่าตอน Megan
- ไปดู Imax 3D ที่ Paragon รอบ 22.20 ได้เข้าไปจริงๆ ก็เกือบ 5 ทุ่ม นี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่มาที่นี่
น่าดูไหม? ดูเอามันส์แต่อย่าไปหวังกับเนื้อเรื่องมันไม่สนุกเท่าภาคแรก แต่ก็ดีกว่าภาคสองเล็กน้อย
Read the rest of this entry »