<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Chengings: Cheng(+ing(+s)) &#187; Reviews</title>
	<atom:link href="http://www.chengings.com/category/reviews/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.chengings.com</link>
	<description>Chengings Personal Weblog</description>
	<lastBuildDate>Mon, 06 Sep 2010 04:45:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>Truth Today: Sunglasses</title>
		<link>http://www.chengings.com/280/truth-today-sunglasses.html</link>
		<comments>http://www.chengings.com/280/truth-today-sunglasses.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 17 May 2010 03:30:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Critics]]></category>
		<category><![CDATA[Reviews]]></category>
		<category><![CDATA[Sunglasses]]></category>
		<category><![CDATA[แว่นกันแดด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.chengings.com/?p=280</guid>
		<description><![CDATA[ตอนนี้ซื้อของที่จำเป็นในการเอาตัวรอดในหน้าร้อนครบแล้ว ยิ่งตอนนี้อยู่ภาคเหนือขาดของสองสิ่งนี้ไม่ได้เลยนั้นก็คือ แว่นกันแดดกับครีมกันแดด แต่เรื่องแว่นกันแดดนี้เป็นอะไรที่ต้องเอามาเขียนเก็บมากๆ ก่อนที่จะซื้อแว่นกันแดดแน่นอนว่าเรามีอินเทอร์เน็ตให้ใช้แล้ว ก็เลยหาข้อมูลเกี่ยวกับแว่นกันแดดพันทิป เช่น PANTIP.COM : S6843602 การเลือกแว่นกันแดด มาคืนนึงก็ได้รู้อะไรหลายอย่าง (แนะนำให้อ่าน) ถ้าข้อมูลยังไม่พอ ก็หาคำว่าแว่นกันแดดใน Pantip.com ดู มีให้อ่านไม่หวาดไม่ไหว มาวันนี้ก็ไปซื้อแว่นกันแดดในตัวเมืองเชียงรายยิ่งตอกย้ำอย่างยิ่งว่าในกระทู้นั้นเป็นจริงที่ว่า แม้แต่แว่นกันแดดที่ซื้อตามตลาดนัดสามารถกันแดดได้จริงๆ การเลือกแว่นกันแดด อย่างแรกที่เราต้องคำนึงถึงก่อนเลย เราต้องทดสอบว่ามันกันรังสี Ultraviolet(UV) ได้จริงหรือเปล่า? ถ้ามันกันไม่ได้ เราก็ไม่สมควรซื้อมันมาใส่เพราะการใส่แว่นตากันแดดเป็นการทำให้แสงนั้นมืดลง ส่งผลให้ม่านตาเราขยายขึ้น(เหมือนอยู่ในที่มืด) แล้วลองคิดดูว่าถ้าแว่นมันไม่สามารถกรอง UV ได้ รังสีมันก็เข้าตาเราไปเต็มๆ มากกว่าที่เราไม่ใส่แว่นเสียอีก รังสี UV มีช่วงคลื่นที่อันตรายต่อสายตาและผิวหนังคือ UVA และ UVB (มึถึง UVC ซึ่งอันตรายสุด แต่โชคดัมี Ozone กันไว้ให้แล้ว) มีช่วงคลื่นอยู่ที่ 280-400 nm ถ้าแว่นกันแดดมันกันได้ถึง 400 nm (ส่วนมากมักแปะป้าย UV 400) ก็ผ่านมาตรฐานขั้นต่ำสุดในบรรดามาตรฐานของแว่นกันแดดแล้ว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="TweetButton_button" style="float: right; margin-left: 10px; margin-top:7px;;height:20px;margin-bottom:5px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.chengings.com%2F280%2Ftruth-today-sunglasses.html&amp;text=Truth Today: Sunglasses&amp;count=horizontal&amp;via=Chengings&amp;lang=en&amp;related=Sunglasses,%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%94"><img src="http://www.chengings.com/wp-content/plugins/tweetbutton-for-wordpress/images/tweet.png" style="border:none" /></a></div>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><a class="flickr-image aligncenter" title="Sunblock and Sunglasses" rel="flickr-mgr" href="http://www.flickr.com/photos/chengings/4612366512/" target="_blank"><img class="flickr-medium " title="Sunglasses and Sunblock" src="http://farm5.static.flickr.com/4058/4612366512_e6972007c0.jpg" alt="Sunblock and Sunglasses" width="500" height="316" /></a><p class="wp-caption-text">แว่นกันแดดและครีมกันแดด</p></div>
<p>ตอนนี้ซื้อของที่จำเป็นในการเอาตัวรอดในหน้าร้อนครบแล้ว ยิ่งตอนนี้อยู่ภาคเหนือขาดของสองสิ่งนี้ไม่ได้เลยนั้นก็คือ แว่นกันแดดกับครีมกันแดด แต่เรื่องแว่นกันแดดนี้เป็นอะไรที่ต้องเอามาเขียนเก็บมากๆ</p>
<p>ก่อนที่จะซื้อแว่นกันแดดแน่นอนว่าเรามีอินเทอร์เน็ตให้ใช้แล้ว ก็เลยหาข้อมูลเกี่ยวกับแว่นกันแดดพันทิป เช่น <a href="http://topicstock.pantip.com/supachalasai/topicstock/2008/07/S6843602/S6843602.html#6" target="_blank">PANTIP.COM : S6843602 การเลือกแว่นกันแดด</a> มาคืนนึงก็ได้รู้อะไรหลายอย่าง (แนะนำให้อ่าน) ถ้าข้อมูลยังไม่พอ ก็หาคำว่าแว่นกันแดดใน Pantip.com ดู มีให้อ่านไม่หวาดไม่ไหว</p>
<p>มาวันนี้ก็ไปซื้อแว่นกันแดดในตัวเมืองเชียงรายยิ่งตอกย้ำอย่างยิ่งว่าในกระทู้นั้นเป็นจริงที่ว่า แม้แต่แว่นกันแดดที่ซื้อตามตลาดนัดสามารถกันแดดได้จริงๆ<span id="more-280"></span></p>
<p>การเลือกแว่นกันแดด อย่างแรกที่เราต้องคำนึงถึงก่อนเลย เราต้องทดสอบว่ามันกันรังสี Ultraviolet(UV) ได้จริงหรือเปล่า? ถ้ามันกันไม่ได้ เราก็ไม่สมควรซื้อมันมาใส่เพราะการใส่แว่นตากันแดดเป็นการทำให้แสงนั้นมืดลง ส่งผลให้ม่านตาเราขยายขึ้น(เหมือนอยู่ในที่มืด) แล้วลองคิดดูว่าถ้าแว่นมันไม่สามารถกรอง UV ได้ รังสีมันก็เข้าตาเราไปเต็มๆ มากกว่าที่เราไม่ใส่แว่นเสียอีก รังสี UV มีช่วงคลื่นที่อันตรายต่อสายตาและผิวหนังคือ UVA และ UVB (มึถึง UVC ซึ่งอันตรายสุด แต่โชคดัมี Ozone กันไว้ให้แล้ว) มีช่วงคลื่นอยู่ที่ 280-400 nm ถ้าแว่นกันแดดมันกันได้ถึง 400 nm (ส่วนมากมักแปะป้าย UV 400) ก็ผ่านมาตรฐาน<strong>ขั้นต่ำสุด</strong>ในบรรดามาตรฐานของแว่นกันแดดแล้ว</p>
<p>ร้านที่ไปซื้อแว่นก็มีเครื่องว้ด UV มาให้เล่นพอดี ก็เลยเอาแว่นที่อยู่ใกล้มาทดลอง ผลออกมาดังนี้</p>
<ul>
<li>แว่นกันแดดในร้าน: ผ่านการทดสอบ UV</li>
<li>แว่นสายตาในร้าน:<strong> ไม่ผ่าน</strong>การทดสอบ UV</li>
<li>แว่นกันแดดที่ซื้อ: ผ่านการทดสอบ UV</li>
<li>แว่นสายตาสีชาของพ่อ:<strong> ไม่ผ่าน</strong>การทดสอบ UV</li>
<li>แว่นกันแดดของพ่อที่ซื้อริมชายแดนไทย-พม่า<em>ราคาประมาณ 200-300 บาท</em>: ผ่านการทดสอบ UV</li>
</ul>
<p>การทดลองนี้สรุปได้เลยว่า แม้แต่แว่นกันแดดราคาถูกๆ ไม่กี่ร้อยก็สามารถกัน UV ได้จริง <strong>อย่าไปคิดหรือเชื่อ</strong>ว่า&#8221;แว่นราคาถูกมันไม่สามารถกรอง UV ได้ ต้องเป็นแว่นราคาแพงเท่านั้นที่กันได้จริง&#8221; ถ้ามีร้านแว่นอยู่ใกล้ๆ น่าจะลองเอาแว่นกันแดดที่มีอยู่ไปลองทดสอบดู(ส่วนใหญ่จะมี โดยเฉพาะร้านที่ขายแว่นกันแดด) ถ้าแว่นกัน UV ไม่ได้จริงๆ ก็สมควรทิ้งไป อย่าไปเสียดาย มันทำให้ตาเราเสียเปล่าๆ</p>
<p>ผ่านปัจจัยสำคัญอย่างเรื่องการป้องกันรังสี UV ไปแล้ว <strong>แต่ก็ยังมี</strong>ปัจจัยที่คิดว่าน่าจะรวมเข้าไปในการเลือกแว่นกันแดดด้วยเช่น</p>
<ul>
<li>วัสดุและการ design ของแว่น: อันนี้แล้วแต่คน ส่วนตัวไม่ชอบแว่นที่มันบีบขมับ และขอวัสดุที่มันทนไม้ทนมือหน่อย</li>
<li>กระจกเลนส์: จากที่ศึกษามา แว่นกันแดดเดี๋ยวนี้มัก(และควร)จะมีส่วนผสมของ <a title="Polycarbonate" href="http://en.wikipedia.org/wiki/Polycarbonate">polycarbonate</a> เวลาแว่นแตกมันจะไม่เป็นเศษเล็กเศษน้อยเข้าตาเรา (เหมาะมากสำหรับคนเล่นกีฬาและทำงานช่างที่มักจะเกิดอุบัติเหตุง่าย) ตัวเลนส์ต้องใส่แล้วไม่หลอกตา(มีการบิดเบี้ยวของภาพน้อย) เพราะแว่นกันแดดไม่ใช่แว่นสายตาที่ต้องมีการหักเห ถ้าอยากได้กันแดดด้วย สายตาด้วยไปปรึกษาช่างหรือจักษุแพทย์จะดีกว่า</li>
<li>ราคา: แว่นกันแดดจัดเป็นสินค้า<strong>โคตรฟุ่มเฟือย</strong>จริงๆ แว่นแปะป้ายราคาเต็มไว้ที่ 7,200 ถามไปถามมาสามารถลดได้มากสุด 40% เหลือ 4,320 แต่เดี๋ยวก่อน ที่ร้านมีโปรโมชันซื้อ 1 แถม 1 (โปรฯ เหมือนร้านท็อปเจริญที่อยู่ตรงข้าม) มันก็จะตกเหลืออันละ 3,600 บาท ยังไม่พอคุยไปคุยมา ขอไปขอมา จนสามรถซื้อมาได้ในราคา <strong>2,400</strong> บาท สรุปลด 66.67% <em>โอ้แม่เจ้า!</em> นี้ยังคิดว่าแพงไปอยู่นะ ราคาต้นทุนจริงๆ น่าจะต่ำกว่านี้ได้อีก แต่ก็คงจะว่าเขาไม่ได้ เพราะสินค้าพวกนี้มันไม่ใช่สินค้าที่เราต้องใช้ประจำ ราคาก็เลยต้องบวกกำไรหลายสิบเท่า (แต่อวยพรไว้ว่ามันน่าจะลดเยอะๆ ในอนาคต เพราะแดดในไทยมีแนวโน้มว่าจะแรงขึ้นเรื่อยๆ จนจะกลายเป็นสินค้าที่ต้องมีติดตัว)</li>
<li>ยังมีเรื่องอื่นเช่น เลนส์ Polarized หรือพวกสีของเลนส์อีก อันนี้ต้องศึกษาเอาเอง แต่ที่จำเป็นที่สุดก็น่าจะเป็นเรื่อง 1+3 ที่บอกไว้ข้างต้น</li>
</ul>
<p>สรุปว่าการที่จะซื้อแว่นกันแดดปัจจัยหลีกก็คือ <strong>ต้องกันรังสี UV ได้</strong> ไม่จำเป็นต้องราคาแพง แต่ถ้าซื้อของถูกต้องหาที่ทดสอบเลนส์ ปัจจัยอื่นๆ ก็อย่างตามข้างบน โดยเฉพาะยี่ห้อ ไม่จำเป็นต้องเอาแพง ขอวัสดุดี ราคาไม่เกิน 2,000-3,000 ก็พอเพียงแล้ว แต่ถ้าใครรักและชอบยี่ห้อพวก Ray-Ban, Oakley หรือ Gucci ก็ไม่ว่า แต่ควรซื้อตอนมีโปรโมชันเยอะ จะคุ้มกว่าซื้อราคาเต็มมากๆๆๆ  8-)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.chengings.com/280/truth-today-sunglasses.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Keroro Mouse Pad &amp; Apple Remote</title>
		<link>http://www.chengings.com/23/keroro-mouse-pad-apple-remote.html</link>
		<comments>http://www.chengings.com/23/keroro-mouse-pad-apple-remote.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 19 May 2009 03:33:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Reviews]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.chengings.com/wordpress/?p=23</guid>
		<description><![CDATA[เริ่มจากที่รองเมาส์เคโรโระก่อน อันนี้ซื้อมาจาก Central World ร้านการ์ตูนอยู่ข้างๆ บันไดก่อนขึ้นไป Centerpoint ราคาประมาณ ฿60.- ไม่ถูกเลย แต่ไม่รู้จะหาซื้อจากไหน ข้างใต้ที่รองเมาส์เป็นพื้นสีขาว เวลาใช้ก็เลยต้องเอากระดาษรองไว้ก่อน ใช้ไปใช้มาอยากจับเมาส์ทุกวัน ไม่รู้ทำไมมันน่ารักอย่างนี้ ส่วน Apple Remote ราคาจริงๆ ของมันคือ ฿750.- เคยคิดที่จะซื้อมา แต่ก็ไม่กล้าซื้อถึงแม้ว่าจะมีงานที่ต้องใช้พรีเซนต์ก็เถอะ พอดีมาฝึกงานที่ Thoth Media ที่นี่มี iMac และ MacBook Pro ที่ซื้อก่อนที่ Apple จะกั๊กของแถมที่นี่เลยมีอยู่หลายอันก็เลยขอ @nytonkla มา อันนี้ต้องขอบคุณพี่กล้ามากๆ ทำให้ประหยัดงบไปอีกโข :P]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="TweetButton_button" style="float: right; margin-left: 10px; margin-top:7px;;height:20px;margin-bottom:5px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.chengings.com%2F23%2Fkeroro-mouse-pad-apple-remote.html&amp;text=Keroro Mouse Pad &#038; Apple Remote&amp;count=horizontal&amp;via=Chengings&amp;lang=en"><img src="http://www.chengings.com/wp-content/plugins/tweetbutton-for-wordpress/images/tweet.png" style="border:none" /></a></div>
<p>เริ่มจากที่รองเมาส์เคโรโระก่อน อันนี้ซื้อมาจาก Central World ร้านการ์ตูนอยู่ข้างๆ บันไดก่อนขึ้นไป Centerpoint ราคาประมาณ ฿60.- ไม่ถูกเลย แต่ไม่รู้จะหาซื้อจากไหน ข้างใต้ที่รองเมาส์เป็นพื้นสีขาว เวลาใช้ก็เลยต้องเอากระดาษรองไว้ก่อน ใช้ไปใช้มาอยากจับเมาส์ทุกวัน ไม่รู้ทำไมมันน่ารักอย่างนี้</p>
<div align="center"><a href="http://www.flickr.com/photos/chengings/3541549182/" title="Keroro Mouse Pad by Chengings, on Flickr"><img src="http://farm3.static.flickr.com/2253/3541549182_eed2fdd526.jpg" width="500" height="334" alt="Keroro Mouse Pad" /></a></div>
<p>ส่วน Apple Remote ราคาจริงๆ ของมันคือ ฿750.- เคยคิดที่จะซื้อมา แต่ก็ไม่กล้าซื้อถึงแม้ว่าจะมีงานที่ต้องใช้พรีเซนต์ก็เถอะ พอดีมาฝึกงานที่ Thoth Media ที่นี่มี iMac และ  MacBook Pro ที่ซื้อก่อนที่ Apple จะกั๊กของแถมที่นี่เลยมีอยู่หลายอันก็เลยขอ <a href="http://twitter.com/nytonkla">@nytonkla</a> มา อันนี้ต้องขอบคุณพี่กล้ามากๆ ทำให้ประหยัดงบไปอีกโข :P</p>
<div align="center"><a href="http://www.flickr.com/photos/chengings/3541552448/" title="Apple Remote by Chengings, on Flickr"><img src="http://farm3.static.flickr.com/2243/3541552448_3720da0e70.jpg" width="500" height="334" alt="Apple Remote" /></a></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.chengings.com/23/keroro-mouse-pad-apple-remote.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Review Unibody MacBook with Foxkeh</title>
		<link>http://www.chengings.com/12/review-unibody-macbook-with-foxkeh.html</link>
		<comments>http://www.chengings.com/12/review-unibody-macbook-with-foxkeh.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Apr 2009 17:01:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Reviews]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.chengings.com/wordpress/?p=12</guid>
		<description><![CDATA[ได้เจ้า MacBook ตัวใหม่มาครอบครองได้เกือบๆ ครึ่งปีล่ะก็เลยจะหยิบเอาเจ้า Macbook นี้มารีวิวดู และคนที่จะเป็นพิธีกรในการรีวิวครั้งนี้ก็คือ Foxkeh ของเรานั้นเอง การออกแบบ: ตัวเครื่องผลิตจากอลูมิเนียมแผ่นเดียว (Unibody) จะยกหรือจะวางแรงๆ ก็ไม่ต้องห่วงที่ตัวเครื่อง และโดยส่วนตัวเป็นคนที่ไม่ถนอมของเท่าไหร่ก็ไม่ต้องระวังมาก ซึ่งแตกต่างจากรุ่นก่อนที่เป็นพลาสติกซึ่งมีปัญหาเรื่องเคสร้าวง่าย ตัวผมก็จ้อง MacBook ไว้อยู่นานเหมือนกัน พอมันเปลี่ยนวัสดุเป็นอลูมีเนียมก็เลยตัดสินใจซื้อเลย เรื่องน้ำหนัก: Macbook ตัวนี้ก็เป็นโน้ตบุ๊คเครื่องแรก ก็เลยไปเทียบกับเครื่องอื่นไม่ได้ว่ามันหนักหรือไม่หนัก พอร์ต: พอร์ตทั้งหมดจะอยู่ทางด้านซ้าย และทางด้านขวาก็จะเป็นไดร์ฟ DVD เหมือนกับตัวสีขาว พอร์ต Mini DVI ก็ถูกเปลี่ยน Mini DisplayPort แทน (ไม่แถม ต้องซื้อเพิ่ม) FireWire 400 ก็หายไป แต่อันนี้ไม่ใช่ปัญหาเพราะไอ้ที่เสียบๆ อยู่ทุกวันก็มีแต่ USB ทั้งนั้น แล้วก็เลยไม่ต้องหา harddisk external ที่เป็น FireWire ราคาก็เลยถูกลงไปเยอะ ปุ่มตรวจสอบไฟแบตเตอรี่ (Battery indicator) ก็อยู่ทางด้านซ้ายล่าง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="TweetButton_button" style="float: right; margin-left: 10px; margin-top:7px;;height:20px;margin-bottom:5px;"><a href="http://twitter.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.chengings.com%2F12%2Freview-unibody-macbook-with-foxkeh.html&amp;text=Review Unibody MacBook with Foxkeh&amp;count=horizontal&amp;via=Chengings&amp;lang=en"><img src="http://www.chengings.com/wp-content/plugins/tweetbutton-for-wordpress/images/tweet.png" style="border:none" /></a></div>
<div align="center"><a href="http://www.flickr.com/photos/chengings/3433319911/" title="Foxkeh and Unibody MacBook by Chengings, on Flickr"><img src="http://farm4.static.flickr.com/3543/3433319911_9999a78a55.jpg" width="500" height="334" alt="Foxkeh and Unibody MacBook" /></a></div>
<p>ได้เจ้า MacBook ตัวใหม่มาครอบครองได้เกือบๆ ครึ่งปีล่ะก็เลยจะหยิบเอาเจ้า Macbook นี้มารีวิวดู และคนที่จะเป็นพิธีกรในการรีวิวครั้งนี้ก็คือ Foxkeh ของเรานั้นเอง<br />
<!--break--><br />
<strong>การออกแบบ</strong>: ตัวเครื่องผลิตจากอลูมิเนียมแผ่นเดียว (Unibody)  จะยกหรือจะวางแรงๆ ก็ไม่ต้องห่วงที่ตัวเครื่อง และโดยส่วนตัวเป็นคนที่ไม่ถนอมของเท่าไหร่ก็ไม่ต้องระวังมาก ซึ่งแตกต่างจากรุ่นก่อนที่เป็นพลาสติกซึ่งมีปัญหาเรื่องเคสร้าวง่าย ตัวผมก็จ้อง MacBook ไว้อยู่นานเหมือนกัน พอมันเปลี่ยนวัสดุเป็นอลูมีเนียมก็เลยตัดสินใจซื้อเลย</p>
<p><strong>เรื่องน้ำหนัก</strong>: Macbook ตัวนี้ก็เป็นโน้ตบุ๊คเครื่องแรก ก็เลยไปเทียบกับเครื่องอื่นไม่ได้ว่ามันหนักหรือไม่หนัก</p>
<p><strong>พอร์ต</strong>: พอร์ตทั้งหมดจะอยู่ทางด้านซ้าย และทางด้านขวาก็จะเป็นไดร์ฟ DVD เหมือนกับตัวสีขาว พอร์ต Mini DVI ก็ถูกเปลี่ยน Mini DisplayPort แทน (ไม่แถม ต้องซื้อเพิ่ม) FireWire 400 ก็หายไป แต่อันนี้ไม่ใช่ปัญหาเพราะไอ้ที่เสียบๆ อยู่ทุกวันก็มีแต่ USB ทั้งนั้น แล้วก็เลยไม่ต้องหา harddisk external ที่เป็น FireWire ราคาก็เลยถูกลงไปเยอะ ปุ่มตรวจสอบไฟแบตเตอรี่ (Battery indicator) ก็อยู่ทางด้านซ้ายล่าง แต่ไม่ค่อยได้กดเท่าไหร่เพราะส่วนใหญ่จะเสียบปลั๊กเล่นตลอด</p>
<div align="center"><a href="http://www.flickr.com/photos/chengings/3434126808/" title="Ports by Chengings, on Flickr"><img src="http://farm4.static.flickr.com/3589/3434126808_c03fbcae42.jpg" width="500" height="334" alt="Ports" /></a></div>
<p><strong>Trackpad</strong>: trackpad ตัวใหม่นี้ไม่มีปุ่มอย่างที่เขาว่ากัน เพราะทั้งตัวมันคือปุ่มกดลงไปได้เลย ตอนไปซื้อที่ร้านเห็นขนาด trackpad แล้วก็รู้สึกเฉยๆ แต่พอเอามาเทียบกับเครื่องอื่นดู เพิ่งรู้ว่า trackpad อันใหม่นี้ใหญ่มาก พื้นผิวก็ผลิตมาจากกระจก ลองเอาเส้นผมไปวางดูก็จะรู้ว่ามันเป็นกระจกจริงๆ และเนื่องจากมันเป็นกระจก ทำให้ตัว trackpad นั้นค่อนข้างที่จะลื่น และ trackpad นี้เป็นปุ่มในตัว ตอนกดลงไปก็ต้องออกแรงเยอะพอสมควร แต่ก็ไม่ค่อยได้กดมากนัก เพราะมันมี Multi-Touch ทำให้การใช้ Mac OS X ค่อนข้างสะดวกขึ้นโขเลย มือเดียวสั่งการได้แทบทุกอย่าง เพื่อนๆ ก็มักจะมาเล่น Exposé โดยใช้ 4 นิ้วค่อนข้างจะเป็นที่ฮือฮากันพอสมควร</p>
<div align="center"><a href="http://www.flickr.com/photos/chengings/3433319273/" title="Multi-Touch and glass trackpad by Chengings, on Flickr"><img src="http://farm4.static.flickr.com/3554/3433319273_e232e0c0bf.jpg" width="500" height="334" alt="Multi-Touch and glass trackpad" /></a></div>
<p><strong>แบตเตอรี่และฮาร์ดดิสก์</strong>: วิธีการเปิดก็ค่อนข้างง่ายกดปุ่มล็อคฝาเครื่องทีเดียวก็หลุดออมาแล้ว จากรูปเราก็จะเห็นแบตเตอรี่และฮาร์ดดิสก์เลย (Foxkeh แอบหลอน) ทำให้ MacBook ตัวใหม่นี้ค่อนข้างที่จะเปลี่ยนฮาร์ดิสก์ง่ายมาก แต่ถ้าจะเปลี่ยนแรมล่ะจะยากหน่อย เพราะต้องใช้ไขควงเปิดขึ้นมาอีกชั้นนึง แต่ก็น่าจะยังไม่ได้เปิดตรงส่วนนี้อีกนาน เพราะราคาแรม DDR3 ตอนนี้ยังแพงเอาเรื่องอยู่ ส่วนเรื่องแบตเตอรี่ที่โฆษณาไว้ประมาณ 5 ชั่วโมงนั้น ก็เกินจริงไปนิด ใช้ได้แค่ประมาณ 3-4 ชั่วโมง แต่แค่นี้ก็นับว่าสูงมากแล้ว</p>
<div align="center"><a href="http://www.flickr.com/photos/chengings/3433320427/" title="Bottom by Chengings, on Flickr"><img src="http://farm4.static.flickr.com/3416/3433320427_baa8382818.jpg" width="500" height="334" alt="Bottom" /></a></div>
<p><strong>คีย์บอร์ด</strong>: รุ่นที่ซื้อมาก็เป็นรุ่น 2.4 Ghz มันก็มีคีย์บอร์ดเรืองแสง (illuminated keyboard) มาให้เหมือนใน MacBook Pro และ Air ส่วนตัวแล้วก็เห็นว่าเป็นประโยชน์มาก เพราะเป็นคนชอบเล่นในที่มืด และตัวเซ็นเซอร์ตรวจแสงนี้ก็พิเศษอยู่ตรงที่มันจะหรี่แสงที่หน้าจอลงเมื่อเราเล่นในที่มืด และถ้าเราเปิดไฟมันก็จะเร่งแสงที่หน้้าจอให้อัตโนมัติ นับว่าฉลาดพอสมควร แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้งานในที่มืดล่ะก็ ความเร็ว ขนาดฮาร์ดดิสก์ และคีย์บอร์ดเรืองแสงที่เพิ่มเข้ามา ก็ไม่ค่อยจำเป็นมากเท่าไหร่กับ 10,000 บาทที่เพิ่มขึ้น</p>
<div align="center"><a href="http://www.flickr.com/photos/chengings/3433318915/" title="Illuminated keyboard by Chengings, on Flickr"><img src="http://farm4.static.flickr.com/3346/3433318915_6816a09d49.jpg" width="500" height="334" alt="Illuminated keyboard" /></a></div>
<p><strong>หน้าจอ</strong>: ด้วยจอที่เป็นกระจกทั้งหน้า แถมมีขอบดำที่เพิ่มเข้ามา คนส่วนใหญ่ก็มักเรียก MacBook ตัวใหม่นี้ว่า Panda MacBook แบบเดียวกับ iMac ตัวล่าสุด และด้วยความที่มันเป็นกระจกนี้เอง เวลาอยู่ในที่มืดหรือที่ที่ไม่มีแสงสะท้อนจอจะดูสวย แต่ถ้าหันหน้าจอเข้าแสงหรืออยู่ในที่ๆ มีแสงมากก็ค่อนข้างโหดร้ายพอสมควร เพราะแสงจะสะท้อนเข้าตาเต็มๆ องศาในการมองก็ค่อนข้างน้อยกว่า MacBook Pro อยู่พอสมควร ดูได้จากรูป Wall-E </p>
<div align="center"><a href="http://www.flickr.com/photos/chengings/3079766801/" title="Wall-E in Unibody MacBook by Chengings, on Flickr"><img src="http://farm4.static.flickr.com/3171/3079766801_e4b604b3f3.jpg" width="500" height="334" alt="Wall-E in Unibody MacBook" /></a></div>
<p><strong>ประสิทธิภาพ</strong>: โดยส่วนตัวแล้วไม่ค่อยได้เล่นเกมส์เท่าไหร่ อย่างมากแค่ดูหนังฟังเพลง ก็เลยไม่รู้ว่ากราฟฟิคออนบอร์ดอย่าง Nvidia 9400M ที่ให้มามันดีหรือเปล่า แต่พอดีมีลง Windows Vista (ตัวลิขสิทธิ์ e-academy ของ Microsoft) เลยเอา Rating มาให้ดู ก็ค่อนข้างสูงเอาการอยู่เมื่อเทียบกับ PC ที่บ้านที่เป็น ATI X1300</p>
<div align="center"><a href="http://www.flickr.com/photos/chengings/3434212700/" title="Basic information in Vista by Chengings, on Flickr"><img src="http://farm4.static.flickr.com/3618/3434212700_60a1790e7c.jpg" width="500" height="408" alt="Basic information in Vista" /></a></div>
<p><strong>สรุป</strong> MacBook ตัวใหม่นี้เรียกได้ว่าเป็น MacBook Air เวอร์ชั่นสองโลก็ได้ เพราะว่ามีหลายๆ ส่วนที่เหมือนกัน ตั้งแต่วัสดุยันแพ็คเกจที่ให้มา และเท่าที่ใช้มาครึ่งปี MacBook ตัวนี้ก็ตอบสนองการใช้งานประจำได้ค่อนข้างดี โปรแกรมที่ใช้อยู่ถ้าไม่เป็น open source ก็เป็น freeware (เกือบ) ทั้งหมดเช่น โปรแกรเขียนแผ่นก็เป็น Burn งานเอกสารก็เป็น Openoffice.org หรือซอฟต์แวร์ virtualization ก็เป็น VirtualBox ตอนนี้หลีกเลี่ยงที่จะใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนได้ก็จะหลีกเลี่ยง หวังว่าคงจะพยายามได้เรื่อยๆ</p>
<p><strong>ชอบ (Pros)</strong>
<ul>
<ul>
<li>จอและคีย์บอร์ดเวลาเล่นในที่มืด แถมเซ็นเซอร์ปรับแสงหน้าจอ/คีย์บอร์ด ให้เวลาแสงเปลี่ยน (เฉพาะรุ่นท็อป)</li>
<li>วัสดุที่เป็นอลูมิเนียม เวลาใช้งานก็ไม่ต้องห่วงอะไรมาก</li>
<li>Multi-touch ทำให้ลืมปุ่ม Exposé ไปแล้ว</li>
</ul>
<p><strong>ไม่ชอบ (Cons)</strong></p>
<ul>
<li>เวลาหันหน้าจอเข้าหาจุดกำเนิดแส่งเช่น หลอดไฟ น่ารำคาญสายตาเอามากๆๆ</li>
<li>องศาในการแสดงผลน้อย เปลี่ยนท่านั่งนิดหน่อย ก็ต้องปรับหน้าจอตาม ไม่เหมือน Pro และ Air ที่จอคุณภาพดีกว่ามาก (ราคาก็แปรผันตรง)</li>
<li>ซื้อเครื่องมาแพงก็ไม่แถม DisplayPort เช่นเคย ต้องซื้อเพิ่มราคาก็ 1000 นิดๆ ต่อหัว</li>
</ul>
<p>แถมรูปสุดท้าย <strong>I&#8217;m your father</strong></p>
<div align="center"><a href="http://www.flickr.com/photos/chengings/3070633680/" title="New Macbook &amp; Aspire One by Chengings, on Flickr"><img src="http://farm4.static.flickr.com/3027/3070633680_b020ee9ff0.jpg" width="500" height="334" alt="New Macbook &amp; Aspire One" /></a></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.chengings.com/12/review-unibody-macbook-with-foxkeh.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
