เทศกาลรำวงบองโอโดริ
จุดเริ่มต้นของการไปร่วมงานเทศกาลนี้ก็มาจากชั่วโมงเรียนญี่ปุ่น อาจารย์ก็เอาตั๋วฟรีมาแจก อ.บอกว่าเป็นงานรำวงของคนญี่ปุ่น ตอนแรกก็คิดจะไม่ไป แต่พออาจารย์บอกว่ามีสาวญี่ปุ่นเพียบเท่านั้นแหละ หางจิ้งจอกโผล่ออกมากี่หางก็ไม่รู้ รีบไปเอาตั๋วจากอาจารย์แทบไม่ทัน :fighterm:
บองโอโดริ(Bon Dori, 盆踊り หรือจะเรียกว่าบงโอโดริก็ได้) เป็นเทศกาลรำวงที่ระลึกถึงบรรพบุรุษที่จากไปแล้วซึ่งงานรำวงนี้จัดอยู่ในเทศกาลบอง พอจะคุ้นๆ ใช่ไหมล่ะ ว่าเทศกาลบองมันก็คล้ายกับเทศกาลเช็งเม้งของคนจีน ในญี่ปุ่นมีจัดทุกๆ หน้าร้อน แต่ในไทยเขาจะจัดงานแบบนี้ทุกๆ 2 ปี
ในปีนี้งานบองโอโดริจัดงานที่สนามกีฬาแห่งชาติ(2 ปีก่อนก็ที่นี่) คนมาร่วมงานกะด้วยตาคร่าวๆ ก็น่าจะเลย 1,000 คน ในงานก็มีร้านรวงที่ส่วนมากขายอาหารเช่น ทาโกยากิ เกี๋ยวซ่า เครป พิซซ่าญี่ปุ่น สาเก ฯลฯ ซึ่งของแต่ละอย่างก็แพงเอาเรื่องเลยทีเดียว แต่ที่สำคัญนั้นคือเด็กญี่ปุ่น ส่วนมากที่เห็นอายุน่าจะไม่เกิน 18 กันทั้งนั้น หายากมากที่อายุเกินกว่านี้ ใครที่อยู่สาย L ถ้าได้มาอยู่ในงานนี้คงชอบมากเป็นพิเศษ
เริ่มต้นงานก็เป็นการนำเด็กนักเรียนจากโรงเรียนสมาคมไทย-ญี่ปุ่น(ที่น่าจะเป็นเด็กผู้หญิงหมดเลย)มาเต้นประกอบจังหวะ มือนึงถือไม้และอีกมือนึงถือวัตถุที่คล้ายๆ กลอง เพลงประกอบที่ใช้ในการเต้นนี้ไม่เคยได้ยินมาก่อน(แหงอยู่แล้ว) ไม่รู้ว่าจะหามาฟังได้อีกหรือเปล่า เพราะฟังแล้วรู้สึกปลุกใจอย่างบอกไม่ถูก



แล้วก็เป็นธรรมเนียมสากลอยู่แล้วที่ต้องมีผู้ใหญ่มาเปิดงาน ส่วนใหญ่ก็เป็นคนญี่ปุ่น ที่เป็นคนไทยก็มีนิดหน่อย พิธีกรที่เป็นคนแปลไทยก็ลิ้นแข็งๆ พูดไทยไม่ค่อยชัด เวทีไม้นี้เขาก็พูดและเต้นรำกันอยู่บนเวทีเนี่ยแหละ


ถัดจากเปิดงานก็มีการแสดงกลองสดจากโอกินาว่า และการรำไทยของไทย แต่ตรงนี้ช่วงนี้ไม่ได้ถ่าย เพราะไปสนใจร้านค้าที่อยู่รอบงานมากกว่า ซึ่งของแต่ละอย่างก็น่ากินทั้งนั้น แต่ก็แพงใช่ย่อย อย่างสาเกแก้วนึงก็ถ้วยละร้อย Asahi แก้วพลากติกก็แก้วละ 60


เกมช้อนปลาทอง (金魚すくい, Kingyo-sukui, คิงเกียว สุคุย) อย่างที่เรามักจะเห็นในมังงะบ่อยๆ ก็ยกมาให้เห็น ณ ที่นี่ด้วย แต่ก็ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ เพราะมันคล้ายๆ กับการช้อนปลาในงานวัดบ้านเรา แต่ไหงที่เห็นจากในรูปดันเป็นปลาหางนกยูงก็ไม่รู้?


อย่างที่บอกไปก่อนแล้วว่าในงานนี้มีแต่เด็กตำ่กว่าอายุ 18 ทั้งนั้น (คิดว่ามาจากโรงเรียนนั้นแหละ) แต่ชุดสบายๆ อย่าง ยูกะตะ(浴衣, yukata) ทำให้เปอร์เซนต์ความน่ารักพุ่งขึ้นไปอีก 30%

คราวนี้ก็ถึงเวลามาเต้น มาเต้น มาเต้นรำกัน การเต้นรำวงก็ไม่ง่ายอย่างของไทยที่เต้นแปปๆ ก็เป็นแล้ว แต่ละเพลงก็เต้นไม่เหมือนกัน ตามกำหนดการมีการเต้นเพลง 4 เพลง แต่ไอ้ 4 เพลงเนี่ยแหละพอหมดแล้วก็ติดลมวนลูปเต้นกันใหม่ เอาให้เหนื่อยกันไปข้าง รู้สึกว่าบางเพลงจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับแมว ก็มีท่าเต้นที่คล้ายๆ แมว น่ารักเป็นที่สุด

ได้เห็นโอบ้าซัง(คุณย่า)มาเต้นด้วย น่ารักมาก ก็เลยถ่ายรูปเอาไว้

ณ จากนี้ก็เป็นรูปเด็กๆ ทั้งนั้น เด็กเล็กๆ มาเต้นแล้วน่ารักมาก ที่โตมาหน่อยก็น่ารักเข้าไปอีก โดยเฉพาะคนที่ใส่ยูกะตะสีแดงและเหลือง เอาใจไปเลย









โดยเฉพาะตอนที่สาวยูกะตะแดงมาเต้นหลังโอบ้าซังแล้ว เป็นภาพที่น่าดูเป็นอย่างยิ่ง เป็นความกลมกลืนที่หายาก

มีนักข่าวจากทีวีไทยมาทำข่าวด้วย เสียดายมากๆ ตอนถ่ายรูปหมู่สาวๆ (มีสาวยูกะตะแดง) แบตเจ้ากรรมดันหมด แทบอยากตะโกนดังๆ กลางงาน




จากการที่ไปงานนี้ได้รับรู้ประสบการณ์ และเห็นอะไรหลายๆอย่างเช่น
- เหมือนหลงเข้าไปงานวัดญี่ปุนอย่างที่เคยอ่านในมังงะ แต่ร้านรวงที่เห็นค่อนข้างมีน้อย ถ้าได้งานบองที่ญี่ปุ่นจริงๆ คงจะตื่นเต้นน่าดู
- คนไทยและคนญี่ปุ่นมากันเต็มไปหมด แยกไม่ค่อยออกว่าคนไหนชาติไหน แถมมีชาว cosplay มาร่วมแจมงานนี้ด้วย
- เด็กญี่ปุ่นหลายคน น่าจะเป็นลูกครึ่ง พอฟังไทยได้ แต่เสียดายยังไม่กล้าพอที่จะขอถ่ายรูป
- สาวไทยบางคนก็แอบเนียนใส่ยูกะตะ ก็ทำให้หลงเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กญี่ปุ่น เพ่ิงจับผิดได้ก็ตอนพูดไทยเนี่ยแหละ
- เด็กญี่ปุ่นไม่ได้ขาวอย่างที่คิด ส่วนมากมีแต่ผิวธรรมดาไปจนถึงคล้ำ
- เพิ่งรู้ว่าคนญี่ปุ่นอยู่ในกรุงเทพมากมายขนาดนี้ (ต้องขอบคุณอาจารย์ที่ให้ตั๋วฟรีมา กับเพื่อนต้าที่มางานนี้เป็นเพื่อน)
เอาไว้อีก 2 ปี ภาษาญี่ปุ่นกล้าแข็งกว่านี้ กะจะขอถ่ายรูปสาวญี่ปุ่นกันสองต่อสองเสียหน่อย แต่ก็ค่อนข้างเสียดายอีกอย่างที่ต้องรีบกลับก่อน ตอนปิดงานมีการจุดพลุฉลองด้วย อดดูพลุเลย (รูปพลุบางส่วนหาดูได้ที่บล็อกพี่ Wiennat)
Tags: Bon Dori









ทำไมผมไม่เห็นสาวชุดแดงกับสาวชุดเหลือง
แห้มมม
รูปชัดมาก ใช้กล้องอะไรถ่ายอ่ะ
ใช้กล้อง Canon 400d กับเลนส์คิทที่เขาให้มาครับ